วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2559





Diary No.12

Inclusive Education Experiences Management for Early Childhood

 wednesday, 26 May, 2559 Time 08.30 - 12.30




โปรแกรมการศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized Education Program)
แผน IEP
•แผนการศึกษาที่ร่างขึ้น
•เพื่อให้เด็กพิเศษแต่ละคนได้รับการสอน และการช่วยเหลือฟื้นฟูให้เหมาะสมกับความต้องการและความ
สามารถของเขา
•ด้วยการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก

•โดยระบุเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดการใช้แผนและวิธีการวัดประเมินผลเด็ก
การเขียนแผน IEP
•คัดแยกเด็กพิเศษ
•ครูต้องรู้ว่าเด็กมีปัญหาอะไร
•ประเมินพัฒนาการเด็กเป็นระยะ จะทำให้ทราบว่าจะต้องเริ่มช่วยเหลือเด็กจากจุดไหน ในทักษะใด 
•เด็กสามารถทำอะไรได้  / เด็กไม่สามารถทำอะไรได้
•แล้วจึงเริ่มเขียนแผน IEP
IEP ประกอบด้วย
•ข้อมูลส่วนตัวของเด็ก
•ระบุว่าเด็กมีความจำเป็นต้องได้รับบริการพิเศษอะไรบ้าง
•การระบุความสามารถของเด็กในขณะปัจจุบัน
•เป้าหมายระยะยาวประจำปี / ระยะสั้น•ระบุวัน เดือน ปี ที่เริ่มทำการสอน และคาดคะเนการสิ้นสุดของ
แผน
•วิธีการประเมินผล
ประโยชน์ต่อเด็ก
•ได้เรียนรู้ตามความสามารถของตน
•ได้มีโอกาสพัฒนาตามศักยภาพของตน
•ได้รับการศึกษาและฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม
•ถ้าเด็กเข้าเรียนในโรงเรียนจะไม่ถูกจัดเข้าชั้นเรียนเฉยๆ
ประโยชน์ต่อครู
•เป็นแนวทางการจัดการเรียนการสอนที่ตรงกับความสามารถและความต้องการของเด็ก
•เป็นแนวทางในการเลือกสื่อการสอนและวิธีการสอนให้เหมาะกับเด็ก
•ปรับเปลี่ยนได้เมื่อความต้องการเปลี่ยนแปลงไป
•เป็นแนวทางในการประเมินผลการเรียนและการเขียนรายงานพัฒนาการความก้าวหน้าของเด็ก
•ตรวจสอบและประเมินได้เป็นระยะ
ประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
•ได้มีส่วนร่วมในการจัดทำแผนการเรียนรายบุคคล เพื่อให้เด็กได้พัฒนาความสามารถได้สูงสุดตามศักยภาพ
•ทราบร่วมกับครูว่าจะฝึกลูกของตนอย่างไร
•เกิดความร่วมมือในการพัฒนาเด็ก มีการติดต่อสื่อสารกันอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิดระหว่างบ้านกับโรงเรียน
ขั้นตอนการจัดทำแผนการศึกษารายบุคคล
1. การรวบรวมข้อมูล
•รายงานทางการแพทย์
•รายงานการประเมินด้านต่างๆ
•บันทึกจากผู้ปกครอง ครู และผู้ที่เกี่ยวข้อง
2. การจัดทำแผน
•ประชุมผู้ที่เกี่ยวข้อง
•กำหนดจุดมุ่งหมายระยะยาวและระยะสั้น
•กำหนดโปรแกรมและกิจกรรม
•จะต้องได้รับการรับรองแผนการศึกษาเฉพาะบุคคลจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
การกำหนดจุดมุ่งหมาย
•ระยะยาว
•ระยะสั้น
จุดมุ่งหมายระยะยาว
•กำหนดให้ชัดเจน แม้จะกว้าง
–น้องนุ่นช่วยเหลือตนเองได้
–น้องดาวร่วมมือกับผู้อื่นได้ดีขึ้น
–น้องริวเข้ากับเพื่อนคนอื่นๆได้
จุดมุ่งหมายระยะสั้น
•ตั้งให้อยู่ภายใต้จุดมุ่งหมายหลัก
•เป็นพฤติกรรมที่เด็กสามารถทำได้ในระยะ 2-3 วัน หรือ 2-3 สัปดาห์
•จะสอนใคร
•พฤติกรรมอะไร
•เมื่อไหร่ ที่ไหน (ที่พฤติกรรมนั้นจะเกิด)
•พฤติกรรมนั้นต้องดีขนาดไหน
ตัวอย่าง
•ใคร  มุก
•อะไร  กระโดดขาเดียวได้ 
•เมื่อไหร่ / ที่ไหน  กิจกรรมกลางแจ้ง
•ดีขนาดไหน  กระโดดได้ขาละ 5 ครั้ง ในเวลา 30 วินาที

•ใคร  บอย
•อะไร  นั่งเงียบๆโดยไม่พูดคุย 
•เมื่อไหร่ / ที่ไหน  ระหว่างครูเล่านิทาน
•ดีขนาดไหน  ช่วงเวลาการเล่านิทาน 10 - 15 นาที เป็นเวลา 5 วันติดต่อกัน

3. การใช้แผน
•เมื่อแผนเสร็จสมบูรณ์ ครูจะนำไปใช้โดยจะใช้แผนระยะสั้น
•นำมาทำเป็นจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
•แยกย่อยขั้นตอนการสอนให้เหมาะกับเด็ก
•จัดเตรียมสื่อและจัดกิจกรรมการเรียนการสอ
•ต้องมีการสังเกตเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเด็กและความสามารถ โดยคำนึงถึง
1.ขั้นตอนพัฒนาการของเด็กปกติ
2.ตัวชี้วัดพื้นฐานที่เกี่ยวกับปัญหาของพัฒนาการเด็ก
3.อิทธิพลของสิ่งแวดล้อมของเด็กและผู้ใหญ่ที่มีผลต่อการแสดงออกของเด็ก
4. การประเมินผล
•โดยทั่วไปจะประเมินภาคเรียนละครั้ง หรือย่อยกว่านั้น
•ควรมีการกำหนดวิธีการประเมิน และเกณฑ์วัดผล
** การประเมินในแต่ละทักษะหรือแต่ละกิจกรรม  อาจใช้วิธีวัดและกำหนดเกณฑ์แตกต่างกัน**

การจัดทำ IEP

















ทำกิจกรรมวาดวงกลมบอกตัวเองและนำวงกลมของแต่ละคนมาทำเป็นต้นไม้



ความรู้ที่ได้รับ
  • ได้รู้การวิธีการเขียนแผน IEP 
ประเมินเพื่อนร่วมห้อง
  • เพื่อนตั้งใจเรียนดีมาก 
ประเมินอาจารย์
คุณครูสอนเข้าใจ 
Diary No.11

Inclusive Education Experiences Management for Early Childhood
 wednesday, 20 Apilr , 2559 Time 08.30 - 12.30


การส่งเสริมพัฒนาการและการปรับพฤติกรรมเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ 



•                   เพื่อให้เด็กสามารถช่วยเหลือตนเองได้ในชีวิตประจำวัน
•                    
•                   ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ใกล้เคียงกับคนปกติมากที่สุด 
•               เน้นการดูแลแบบองค์รวม (Holistic Approach)
1.                                      การฟื้นฟูสมรรถภาพทางการศึกษา
2.การฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคม
3. การบำบัดทางเลือก
การสื่อความหมายทดแทน
(Augmentative and Alternative Communication ; AAC)
•                   การรับรู้ผ่านการมอง (Visual Strategies)
•                   โปรแกรมแลกเปลี่ยนภาพเพื่อการสื่อสาร (Picture Exchange Communication System; PECS)
•                   เครื่องโอภา (Communication Devices)
โปรแกรมปราศรัย
บทบาทของครู
•                   ตำแหน่งการนั่งของเด็กไม่ควรให้นั่งติดหน้าต่างหรือประตู
•                   ให้เด็กนั่งแถวหน้าสุดใกล้โต๊ะครู
•                   จัดให้เด็กนั่งติดกับนักเรียนที่ไม่ค่อยเล่น ไม่ค่อยคุยในระหว่างเรียน
•                   ให้เด็กมีกิจกรรม เปลี่ยนอิริยาบถบ้าง
การส่งเสริมทักษะต่างๆของเด็กพิเศษ
1.   ทักษะทางสังคม
2.   ทักษะภาษา
3.    ทักษะการช่วยเหลือตนเอง
4.   ทักษะพื้นฐานทางการเรียน

การวางแผนการเตรียมพื้นฐานทางวิชาการ
•                   จัดกลุ่มเด็ก
•                   เริ่มต้นเรียนรู้โดยใช้ช่วงเวลาสั้นๆ
•                   ให้งานเด็กแต่ละคนอย่างชัดเจนว่าต้องทำที่ไหน
•                   ติดชื่อเด็กตามที่นั่ง
•                   ใช้อุปกรณ์ที่เด็กคุ้นเคย
•                   ใช้อุปกรณ์ที่เด็กคุ้นเคย
•                   บันทึกว่าเด็กชอบอะไรที่สุด
•                   รู้ว่าเมื่อไหร่จะเปลี่ยนงาน
•                   มีอุปกรณ์ไว้สับเปลี่ยนใกล้มือ
•                   เตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนเด็กมาถึง

Adoption( การนำไปใช้)
ประยุกต์ใช้ในการสอนเด็กพิเศษว่ามีเเนวทางการให้ความรู้อย่างไรในวิธีการสอนเด็ก

classroom atmosphere (บรรยากาศในห้องเรียน)

อากาศค่อนข้างเย็น เพื่อนคุยบ้างเล็กน้อย เพื่อนให้ความร่วมมือในการทำฟังคำบรรยาย

Self-Assessment (ประเมินตนเอง)
แต่งตัวเรียบร้อย มาไม่สาย

friend-Assessment (ประเมินเพื่อน)
มีกิจกรรมที่น่าสนใจ และคอยช่วยหลือเรื่องอุปกรณ์กับนักศึกษา เป็นผู้อำนวยการเรียนรู้อย่างดี

Teacher-Assessment (ประเมินครู)

เเต่งกายสุภาพสอนเข้าใจ




Diary No.10 
Inclusive Education Experiences Management for Early Childhood
 wednesday, 30 March , 2559 Time 08.30 - 12.30

การจัดประสบการณ์
การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
รูปแบบการจัดการศึกษา
•                   การศึกษาปกติทั่วไป (Regular Education)
•                   การศึกษาพิเศษ (Special Education)
•                   การศึกษาแบบเรียนร่วม  (Integrated Education หรือ Mainstreaming)
•                   การศึกษาแบบเรียนรวม  (Inclusive Education)
การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
•                   เด็กที่มีความต้องการพิเศษทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ถ้าได้รับโอกาสในการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับความต้องการพิเศษของเขา
•                   ความหมการจัดให้เด็กพิเศษเข้าไปในระบบการศึกษาทั่วไป
•                   มีกิจกรรมที่ให้เด็กพิเศษกับเด็กทั่วไปได้ทำร่วมกัน
•                   ใช้ช่วงเวลาช่วงใดช่วงหนึ่งในแต่ละวัน
•                   ครูปฐมวัยและครูการศึกษาพิเศษร่วมมือกัายของการศึกษาแบบเรียนร่วม
การเรียนร่วมเต็มเวลา (Mainstreaming)
•                   การจัดให้เด็กพิเศษเรียนในโรงเรียนปกติตลอดเวลาที่เด็กอยู่ในโรงเรียน
•                   เด็กพิเศษได้รับการจัดกระบวนการเรียนรู้และบริการนอกห้องเรียนเหมือนเด็กปกติ
•                   ความหมายของการศึกษาแบบเรียนรวม
(
Iการศึกษาสำหรับทุกคน
•                   รับเด็กเข้ามาเรียนรวมกันตั้งแต่เริ่มเข้ารับการศึกษา
•                   จัดให้มีบริการพิเศษตามความต้องการของแต่ละบุคคล
nclusive Education)
•                   กิจกรรมทุกชนิดที่จะนำไปสู่การสอนที่ดี (Good Teaching) ต้องคิดอย่างรอบคอบเพื่อหาหนทางให้นักเรียนทุกคนสามารถเรียนได้
•                   เป็นการกำหนดทางเลือกหลายๆ ทาง
สรุปความหมายของการศึกษาแบบเรียนรวม
•                   เป็นการจัดการศึกษาที่จัดให้เด็กพิเศษเข้ามาเรียนรวมกับเด็กปกติ โดยรับเข้ามาเรียนรวมกัน ตั้งแต่เริ่มเข้ารับการศึกษาและจัดให้มีบริการพิเศษตามความต้องการของแต่ละบุคคล
•                   เด็กพิเศษทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ถ้าได้รับโอกาสในการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับความต้องการพิเศษของเขา
ความสำคัญของการศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
•                   ปฐมวัยเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการเรียนรู้“สอนได้”
•                   เป็นการจัดการศึกษาสำหรับเด็กพิเศษที่มีขีดจำกัดน้อยที่สุด
บทบาทครูปฐมวัยในห้องเรียนรวม
ครูไม่ควรวินิจฉัย
ครูไม่ควรตั้งชื่อหรือระบุประเภทเด็ก
ครูไม่ควรบอกพ่อแม่ว่าเด็กมีบางอย่างผิดปกติ
การบันทึกการสังเกต
การตัดสินใจ

Adoption( การนำไปใช้)
ประยุกต์ใช้ในการสอนเด็กพิเศษว่ามีเเนวทางการให้ความรู้อย่างไรในวิธีการสอนเด็ก

classroom atmosphere (บรรยากาศในห้องเรียน)

อากาศค่อนข้างเย็น เพื่อนคุยบ้างเล็กน้อย เพื่อนให้ความร่วมมือในการทำฟังคำบรรยาย

Self-Assessment (ประเมินตนเอง)
แต่งตัวเรียบร้อย มาไม่สาย

friend-Assessment (ประเมินเพื่อน)
มีกิจกรรมที่น่าสนใจ และคอยช่วยหลือเรื่องอุปกรณ์กับนักศึกษา เป็นผู้อำนวยการเรียนรู้อย่างดี

Teacher-Assessment (ประเมินครู)

เเต่งกายสุภาพสอนเข้าใจ



•